Daily Archives: 27/03/2017

ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี...ขับขี่ปลอดภัยผ่านสถานี ปตท.ช่วงหยุดยาว

ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี...ขับขี่ปลอดภัยผ่านสถานี ปตท.ช่วงหยุดยาว

        ศูนย์ข่าวศรีราชา – ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี…ขับขี่ปลอดภัย ด้วยการรณรงค์ผ่านสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว สร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนด้วย Campaign รณรงค์ “3 ดี 20 ไม่ ปลอดภัยถึงบ้าน” และ TVC ชุด “สิ้นหวัง”
       
       วันนี้ ( 24 มีนาคม) นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้นำผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โครงการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิด “โครงการถนนคนดี ประชารัฐ ร่วมใจ ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์” ณ สวนนงนุช อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พระอาจารย์เอกชัย สิริญาโณ ประธานที่ปรึกษา นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม และนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี
       
       นายวิทวัสฯ เปิดเผยว่า ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติของคนไทย ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนจากภาคเอกชนในการร่วมดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการประชารัฐเพื่อสังคม ด้านความปลอดภัยทางถนน โดยร่วมกับ โครงการถนนคนดี ประชารัฐร่วมใจ รณรงค์ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนผ่านสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และร้านคาเฟ่อเมซอน ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี
       
       โดย ปตท. ได้จัดทำ campaign รณรงค์ “3 ดี 20 ไม่ ปลอดภัยถึงบ้าน” ชี้ให้เห็นถึงสถิติของ 20 สาเหตุ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดบนท้องถนน และจัดทำ TVC ชุด “สิ้นหวัง” เพื่อกระตุกจิตสำนึกของผู้ขับขี่ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่ทุกขณะ ให้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ร่วมใช้ทาง โดยเดินเรื่องจากเด็กชายที่เป็น “ความหวัง” ของแม่ ซึ่งสุดท้ายต้องเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนถนนเพราะความประมาทและขาดสติของผู้ขับขี่
       
       นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่มุ่งเน้นความปลอดภัยในการขับขี่ตลอดมาตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า และประชาชนทั่วไป อาทิ การอบรม Defensive driving ให้แก่พนักงานทุกระดับ รวมถึงพนักงานขับรถขนส่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. และ บริษัทคู่ค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขนส่ง ปตท. จัดตั้งศูนย์ควบคุมการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Transportation Control Center) (TCC)
       
       เพื่อตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมการการขับรถขนส่งผลิตภัณฑ์ ปตท.ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงในทุกเส้นทาง โครงการ PTT Group Logistics Zero Accident รวมถึง การอบรมโครงการขับขี่ปลอดภัย…รักวินัยจราจรกับ ปตท. ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และกิจกรรมตรวจเช็คสภาพรถ PTT Engine Tune Up เพื่อเตรียมความพร้อมยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. รวม 138 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย 
 

ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี...ขับขี่ปลอดภัยผ่านสถานี ปตท.ช่วงหยุดยาว

        
 

ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี...ขับขี่ปลอดภัยผ่านสถานี ปตท.ช่วงหยุดยาว

        
 

ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี...ขับขี่ปลอดภัยผ่านสถานี ปตท.ช่วงหยุดยาว

        
 

ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี...ขับขี่ปลอดภัยผ่านสถานี ปตท.ช่วงหยุดยาว

        
 

ปตท. สานพลังร่วมโครงการถนนคนดี...ขับขี่ปลอดภัยผ่านสถานี ปตท.ช่วงหยุดยาว

“ชาญชัย” ค้านกรมขนส่งจ่อเก็บค่าออกใบขับขี่แพงทะลุ 6 พัน ชี้สร้างภาระชาวบ้าน

“ชาญชัย” ค้านกรมขนส่งจ่อเก็บค่าออกใบขับขี่แพงทะลุ 6 พัน ชี้สร้างภาระชาวบ้าน
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ (แฟ้มภาพ)

        อดีต ส.ส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ค้านแนวคิดอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เก็บค่าออกใบอนุญาตขับขี่เป็น 5,000 – 6,000 บาท แถมถ้าสอบไม่ผ่านต้องเสียใหม่ไปเรื่อยๆ ชี้ สร้างภาระชาวบ้าน ไล่รัฐไปหารายได้กับคดีที่ศาลพิพากษาไปแล้ว 
       
       วันนี้ (25 มี.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอคัดค้านกรณีที่ นายสนิท พรหมวงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เรียกค่าออกใบอนุญาต หรือการขอมีใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะจากเดิมที่เก็บขั้นต่ำ 5 บาท เพิ่มเป็น 5,000 – 6,000 บาทต่อคน และหากสอบไม่ผ่านต้องเสียค่าสมัครใหม่ไปเรื่อยๆ ตนขอให้กรมการขนส่งทางบก ทบทวนและยกเลิกแนวคิดดังกล่าว เพราะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจราจรที่ถูกต้อง แต่กลับเป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนและผู้ประกอบอาชีพที่ต้องใช้ยานพาหนะ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
       
       “โทษการทำผิดเหล่านี้ ไม่ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง แต่รัฐกลับมุ่งเน้นเพิ่มโทษปรับค่อนข้างสูง ฉะนั้น หากรัฐบาลต้องการหารายได้จากการต่อภาษี ผมเห็นว่ายังมีหลายกรณีที่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้บังคับคดี ที่ศาลตัดสินวินิจฉัยแล้วให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น โครงการที่ยื่นใบอนุญาตบริษัท เอไอเอส ได้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 – 2558 สมัย นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทำรัฐเสียหายมากกว่า 88,000 ล้านบาท ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการบังคับคดีให้เร็วขึ้น เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้บริหารประเทศ” นายชาญชัย กล่าว 

สั่งตั้งด่านชะลอความเร็ว 100 จุด

รมว.คมนาคม สั่งตั้งด่านชะลอความเร็ว กว่า 100 จุดทั่วประเทศ ควบคุมการใช้ความเร็วบนถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมสั่งสถานีขนส่ง ปฎิบัติตาม มาตรา 44  กวดขันรถโดยสารสาธารณะทุกคัน คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำชับกรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ตั้งด่านชะลอความเร็ว เส้นทางที่มีจุดเสี่ยงสำคัญ 3 ประเภท คือ ถนนที่มีทางโค้งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ทางลาดชันขึ้นเขา และเส้นทางตรงก่อนถึงจุดตัดสี่แยกต่างๆ  เพื่อให้รถที่เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่ใช้ความเร็วจนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยปีนี้จะมีด่านชะลอความเร็วกว่า 100 จุดทั่วประเทศ

พร้อมย้ำสถานีขนส่ง กวดขันรถโดยสารสาธารณะ ปฎิบัติตามมาตรา 44 เคร่งครัด โดยเฉพาะการรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง 

พิจิตรตรวจเข้มรถตู้โดยสารสาธารณะรับสงกรานต์

จังหวัดพิจิตรทหารจับมือขนส่ง ตรวจเข้มถึงใต้ท้องรถตู้โดยสารสาธารณะ รับมือเทศกาลสงกรานต์

นายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดพิจิตร และ พ.อ.ชัยเดช สุรวดี รอง ผบ.กกล.รส มทบ.36 เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ กรุงเทพ-พิจิตร ซึ่งขณะนี้มีรถตู้โดยสารให้บริการประชาชนรวมแล้วมากถึง 109 คัน โดยปกติรถตู้โดยสารเหล่านี้จะเข้าตรวจสภาพช่วงล่างปีละ 2 ครั้ง แต่ด้วยความเป็นจริงรถตู้โดยสารจำนวนนี้วิ่งรับ-ส่ง ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง ใช้งานรถวันละกว่า 600 กิโลเมตร อาจทำให้อุปกรณ์ช่วงล่างเสื่อมสภาพที่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนได้ จึงจัดทำโครงการตรวจสภาพระบบห้ามล้อและช่วงล่างของรถตู้โดยสารประจำทาง ประจำปี 2560 ขึ้น ที่จะมีการตรวจถึงช่วงล่างหรือใต้ท้องรถ ทุกๆ 3 เดือน จะตรวจ 1 ครั้ง เพื่อดูอุปกรณ์ความพร้อมของระบบช่วงล่าง อาทิ เช่น ลูกยางปีกนก ระบบเลี้ยวคันเสือกคันส่ง รวมถึงระบบห้ามล้อช่วงล่างและควันดำ สภาพรถต้องไม่มีน้ำมันรั่วซึม ส่วนสภาพรถด้านบนห้องผู้โดยสารก็ต้องมีถังดับเพลิง-อุปกรณ์ทุบกระจก-เข็มขัดนิรภัย ในทุกที่นั่ง ส่วนห้องของคนขับรถก็จะต้องมีระบบ GPS ในการติดตามตรวจสอบการใช้ความเร็ว ซึ่งถ้าวิ่งเร็วเกินกว่า 90 กม./ชั่วโมง ก็จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งของความใส่ใจของกรมการขนส่งทางบกที่มีต่อผู้โดยสารรถสาธารณะทุกประเภท ที่จะทำให้ผู้โดยสารทุกคนมั่นใจในการเดินทางกลับบ้านในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้อีกด้วย