โตโยต้าร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดอบรมรถตู้โดยสาร

โตโยต้า ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม จัดโครงการรถตู้โดยสารสาธารณะขับขี่ปลอดภัย โดยร่วมลงนาม ณ ศูนย์ขับทดสอบรถ Toyota Driving Experience Park เพื่อสร้างจิตสำนึกและวินัยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน 
 
โตโยต้าร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดอบรมรถตู้โดยสาร
วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์

         วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนน ภายใต้โครงการถนนสีขาว เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีความปลอดภัย โดยร่วมมือกับทางภาครัฐและการสนับสนุนจากส่วนท้องถิ่นรวมถึงตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ”
       
        “สำหรับการอมรม โครงการรถตู้สาธารณะขับขี่ปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือระหว่างโตโยต้าและกรมการขนส่งทางบก เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับความปลอดภัยเพื่อนำไปสู่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนของรถตู้โดยสารสาธารณะ” 
 

โตโยต้าร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดอบรมรถตู้โดยสาร
นินนาท ไชยธีรภิญโญ (ซ้ายสุด) วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ (คนที่ 2 จากซ้าย)

         โตโยต้า ได้นำหลักสูตรขับขี่ปลอดภัย Toyota Safe Driving Education มาใช้ในการจัดอบรมให้แก่ผู้ขับรถตู้โดยสารสาธารณะ การอบรมจะประกอบไปด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติ มุ่งเน้นให้ผู้อบรมมีความเข้าใจที่ถูกต้องและฝึกฝนเพื่อให้เกิดทักษะในการขับขี่ 
       
        ทั้งนี้โตโยต้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนช่วยภาครัฐในการสานต่อนโยบายลดจำนวนอุบัติเหตุ โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้าง จิตสำนึก และวินัยการขับขี่ รวมถึงการให้ความสนับสนุนกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย วุฒิกรกล่าวตบท้าย 

ขนส่ง ประสาน สตช.ผ่อนปรนรถตู้

กรมการขนส่งทางบก ประสานตำรวจ ช่วยผ่อนปรนบทลงโทษรถตู้โดยสารสาธารณะ กรณีถูกยึดใบอนุญาตขับรถ เพื่อลดผลกระทบ

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยกรณี สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด ขอให้นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาความเดือดร้อนจากการจัดระเบียบ โดยเฉพาะกรณีการยึดใบอนุญาตขับรถ ว่า ขณะนี้ ได้ประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พิจารณาใช้บทลงโทษอื่นแทน ในกรณีฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เพราะต้องติดตั้งระบบ GPS Tracking พร้อมใช้ใบอนุญาตขับรถแสดงตัวตนคนขับรถ 

ส่วนแนวทางการเปลี่ยนรถตู้เป็นมินิบัส เบื้องต้นจะเป็นภาคสมัครใจ โดยผู้ประกอบการที่มีความพร้อม สามารถนำรถมินิบัสมาเปลี่ยนเป็นรถตู้โดยสารได้ทันที  ดังนั้น ผู้ประกอบการรถตู้ในปัจจุบัน ยังใช้รถตู้โดยสารสาธารณะต่อไปได้ตามเงื่อนไขใบอนุญาต และกรมการขนส่งทางบก ยังมีแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนเจ้าของรถตู้ ด้วยการเชิญสถาบันการเงิน มาเจรจาช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน

ขนส่งผนึกทหาร ตำรวจเข้มมาตรการความปลอดภัยรับสงกรานต์

เศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจ  :  15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขนส่ง, ผนึก, ทหาร, ตำรวจ, เข้ม, มาตรการ, ความปลอดภัย, รับ, สงกรานต์, ขนส่งผนึกทหาร, DLT GPS

โดย – โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ

 วันที่ 29 มีนาคม 2560 เวลา 13.00 น. ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) คณะทำงานเพื่อพิจารณาปัญหาการดำเนินการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ นำโดยพล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด ร่วมประชุมชี้แจงความพร้อมการนำรถตู้โดยสารสาธารณะเข้าสถานีปลายทาง (ต่างจังหวัด) รวมถึงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 โดยภายหลังจากการย้ายจุดจอดรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯ – ต่างจังหวัด เข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา

         พร้อมกันนี้ยังให้แต่ละจังหวัดดำเนินมาตรการเข้มงวดให้รถตู้โดยสารภายในจังหวัดเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นจุดรับส่งเช่นเดียวกับในส่วนกลาง หรือหากมีการใช้พื้นที่อื่นเป็นจุดจอดต้นทาง ปลายทางให้จัดทำบัญชีสถานที่ดังกล่าวไว้เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราว ซึ่งบริเวณจุดจอดดังกล่าวต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย มาตรการดูแลอำนวยความสะดวก เช่นเดียวกับสถานีขนส่งผู้โดยสาร เช่น มีป้ายอัตราค่าโดยสาร ตารางการเดินรถ ที่พักผู้โดยสาร ที่พักพนักงานขับรถ ห้องสุขา เป็นต้น

            โดยปัจจุบันมีกำหนดสถานที่เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวปลายทางแล้ว จำนวน 29 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ตราด นครนายก นครปฐม นครราชสีมา นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง อุทัยธานี โดยคณะกรรมการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมและซักซ้อมเพื่อทำความเข้าใจตามแนวทางปฏิบัติในการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราว การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงการจัดการระบบรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่จอดรถโดยสารประจำทาง

           นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกได้ขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากรถโดยสารทุกประเภทให้เหลือน้อยที่สุด โดยเฉพาะในระยะเร่งด่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 14 /2560 ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศกรมการขนส่งทางบกเรื่องการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยและตำแหน่งที่นั่งเพื่อกำหนดคุณสมบัติและการติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2555 และตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่ต้องจัดให้มีเข็มขัดนิรภัย พ.ศ. 2555 โดยกำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะรถตู้โดยสารต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ทุกคัน และในทุกเส้นทาง สำหรับรถโดยสารที่วิ่งระหว่างกรุงเทพมหานครไปต่างจังหวัด (หมวด 2) และที่วิ่งระหว่างจังหวัด (หมวด 3 ) กำหนดให้ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ทุกคัน ทุกเส้นทาง ซึ่งหากเป็นรถขนาดเล็กที่วิ่งภายในจังหวัด และจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2537 เป็นต้นไป ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยส่วนที่นั่งด้านหน้าของคนขับและที่นั่งตอนหน้าคู่คนขับ

              ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องกำชับพนักงานขับรถทุกคนให้ย้ำเตือนผู้โดยสารให้คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง สำหรับมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 15/2560 กรมการขนส่งทางบกพร้อมดำเนินการทันที ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของประกาศกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับรถตู้โดยสารให้มีการปรับปรุงแก้ไขตัวรถให้ผู้โดยสารสามารถออกจากตัวรถได้ง่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และกำหนดจำนวนที่นั่งผู้โดยสารต้องไม่เกิน 13 ที่นั่ง รวมทั้งให้ผู้ประกอบการรถสาธารณะต้องจัดทำสมุดประจำรถ ตรวจสอบสภาพและความพร้อมของรถและผู้ขับรถพร้อมทำบันทึกการตรวจสอบดังกล่าว และต้องจัดทำประกันภัยเพิ่มเติมจากประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้โดยสารและบุคคลภายนอก โดยต้องแสดงหลักฐานการจัดทำประกันภัยทั้งภาคบังคับและที่จัดทำเพิ่มเติม ก่อนดำเนินการจดทะเบียนหรือชำระภาษีรถประจำปี

          รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 ได้กำหนดให้รถตู้โดยสารสาธารณะร่วมบริการกับบริษัท ขนส่ง จำกัด ที่มีเส้นทางวิ่งกรุงเทพฯ – ต่างจังหวัด ต้องติดตั้ง GPS Tracking แบบ Realtime Online ควบคู่กับการติดตั้งเครื่องบ่งชี้พนักงานขับรถ (เครื่องรูดใบขับขี่แสดงตัวตนพนักงานขับรถ) ในรถทุกคันทุกเส้นทางและเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS อย่างสมบูรณ์ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 ซึ่งผู้โดยสารและผู้ประกอบการสามารถมีส่วนร่วมในการกำกับตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถได้ผ่าน application “DLT GPS” แบบ Realtime เช่นเดียวกัน รวมถึงให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งออกตรวจจับความเร็วรถโดยสารสาธารณะด้วยกล้องเลเซอร์ในเส้นทางสายหลักเข้า–ออกกรุงเทพมหานครอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง 

 

จังหวัดพะเยา ประชุมเตรียมพร้อมแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ปี 2560

จังหวัดพะเยา ประชุมเตรียมพร้อมแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ปี 2560

จังหวัดพะเยา ประชุมเตรียมพร้อมฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ด้านคมนาคมและการขนส่ง) ระดับจังหวัด ในการรองรับอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2560 
 
วานนี้ (28 มี.ค.60) ที่ ห้องประชุมจอมทอง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพะเยา นายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานประชุมการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ด้านการคมนาคมและการขนส่ง) ระดับจังหวัดประจำปี 2560 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกที่ 34 ตำรวจภูธรจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ทั้งนี้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ได้กำหนดให้มีโครงการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการคมนาคมและการขนส่งระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2560 ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมใน ด้าน บุคลากร เจ้าหน้าที่ เครื่องมืออุปกรณ์ ในการรองรับการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 โดยมีแผนการดำเนินการ ประกอบด้วย โครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ด้านการคมนาคมและการขนส่ง) ระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2560 การแต่งตั้งคณะทำงานโครงการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ด้านการคมนาคมและการขนส่ง) ระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2560 การประชุมซักซ้อมแนวปฏิบัติและฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การฝึกบนโต๊ะ (Table Top Exercise : TTX) จำนวน 1 ครั้ง โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 4 เมษายน 2560 เวลา 9.00 น ณ เทศบาลตำบลแม่กา อำเภอเมืองจังหวัดพะเยา และการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการจริง ในวันที่ 4 เมษายน เวลา 16.00 น. ณ บริเวณหน้าวัดดงพระเจ้า หลัก กม.ที่826 บ้านใหม่ ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความพร้อมทั้ง บุคลากร และ เครื่องมืออุปกรณ์ ในการรองรับสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ 


ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา 

ขนส่งสั่งยกเลิกใบอนุญาตโชเฟอร์แท็กซี่หญิง พบประวัติเคยก่อเหตุใช้มีดจี้ขู่ผู้โดยสารมาแล้ว

    จากกรณีผู้ใช้ facebook Yaowalak Chusri โพสต์คลิปคนขับแท็กซี่หญิง ข่มขู่-ตวาดไล่ผู้โดยสาร หลังถูกทักท้วงเรื่องการขับพาออกนอกเส้นทาง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์  

 

      ล่าสุดวันนี้(29 มี.ค.) กรมการขนส่งทางบกได้เรียกตัว ผู้ขับรถคันดังกล่าวคือ นางผุสดี อัญชัญภาติ พร้อมบริษัทเจ้าของรถ มาสอบสวน  จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นางผุสดี อัญชัญภาติ  มีพฤติกรรม การกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ครั้งหนึ่งถึงขั้นใช้มีดจี้ข่มขู่ผู้โดยสาร และ กรมการขนส่งทางบก เคยทำหนังสือ แจ้งไปยังสหกรณ์แท็กซี่ /เจ้าของรถ  ให้ระงับไม่ให้นางผุสดี ฯ เช่าขับรถแท็กซี่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2560      

กรมการขนส่งทางบกโดย กองตรวจการขนส่งทางบกได้ดำเนินการพิจารณาลงโทษทั้งสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จำกัดและนางผุสดีฯ ผู้ขับรถ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ดังนี้ 

 

1.สหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ บริษัทเจ้าของรถ มีความผิดฐานยินยอมให้นางผุสดี ฯ เช่าขับ  เป็นความผิดฐานไม่กำกับดูแลตรวจสอบผู้ขับรถให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร   จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ในอัตราสูงสุดเป็นจำนวนเงิน  5,000 บาท  และพิจารณาเพิกถอนทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าว  พร้อมทั้งระงับการให้เพิ่มรถเป็นเวลา 6 เดือน  

 

2. นางผุสดี ฯ ผู้ขับรถ  กระทำความผิด ดังนี้ 

  1) ฝ่าฝืนข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้โทรศัพท์ขณะขับรถและขับรถในลักษณะประมาทหวาดเสียว (มาตรา 5(15/1) ประกอบมาตรา 58/1 ปรับไม่เกิน 5,000.-บาท  

2) กระทำการให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทางที่ตกลง (มาตรา 57 เบญจ วรรค 1 ประกอบมาตรา 66/2 ปรับไม่เกิน 1,000.- บาท  

3) แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ (มาตรา 57 ฉ) ประกอบมาตรา 66/2 ปรับไม่เกิน 1,000.-บาท  

4) ขับรถในขณะใบอนุญาตสิ้นอายุ (มาตรา 65) ปรับไม่เกิน 2,000.-บาท  

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะของนางผุสดี ฯ ผู้ขับรถด้วยแล้ว

ตร.สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่ชุมพร จับคนขับ 10 ล้อขนยาแก้ไอ ติดสินบน

  ชุมพร – ตชด. – ตร.ปส. นปส.ชุมพร ตั้งด่านตรวจ จับหนุ่มขับ 10 ล้อบริษัทขนส่ง ลักลอบขนยาแก้ไออันตรายกว่า 5 หมื่นขวด ส่งภาคใต้ พร้อมเสนอเงินสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี 
 
ตร.สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่ชุมพร จับคนขับ 10 ล้อขนยาแก้ไอ ติดสินบน

        วันนี้ (26 มี.ค.) พ.ต.ท.ทรงฤทธิ์ สุขสุวรรณ ผบ.ร้อย ตชด.414 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 00.30 น.กลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ ร้อย ตชด.414 ร่วมกับ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ อนันต์โท ผกก.2 บก.ปส.4 พ.ต.ท.พิทยา สองเมือง รอง ผกก.2 บก.ปส.4 และ จนท.นปส.ชุมพร ได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัดป้องกันปัญหาลักลอบขนยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายบริเวณด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 2 ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 70 –1952 ตรัง ป้ายหน้ารถระบุชื่อ “นครขนส่งตรัง” มุ่งหน้ามาทางขาล่อองใต้ จึงเรียกตรวจสอบ ทราบชื่อคนขับคือ นายอภินันท์ เกื้อหนุน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ที่ 8 ตำบลนาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง 
 

ตร.สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่ชุมพร จับคนขับ 10 ล้อขนยาแก้ไอ ติดสินบน

        จากการตรวจสอบกระบะหลังที่มีปิดผ้าใบคลุมทับมาอย่างดี เจ้าหน้าที่ตรวจค้นมีสินค้าหลายรายการวางทับไว้ด้านบน ส่วนด้านล่างพบลังยาแก้ไอยี่ห้อต่างๆ จำนวน 520 ลัง รวม 54,000 ขวด ซึ่งเป็นยาอันตรายอยู่ในบัญชีควบคุมของ อย.กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และจับกุม นายอภินันท์ ได้พยายามพูดจาขอเคลียร์เพื่อจ่ายค่าสินบนแก่เจ้าหน้าที่ด้วยเงินสด จำนวน 450,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ไม่สนใจจึงจับกุมดำเนินคดี 
 

ตร.สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่ชุมพร จับคนขับ 10 ล้อขนยาแก้ไอ ติดสินบน

        สอบสวนทราบว่า นายอภินันท์ ได้ขับรถบรรทุก 10 ล้อ ขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทดังกล่าว โดยเที่ยวขากลับได้ลักลอบนำยาแก้ไอมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปส่งในพื้นที่ จ.ตรัง เนื่องจากยาแก้ไอชนิดดังกล่าวเป็นยาอันตรายมีฤทธิ์ต่อจิตประสาท อยู่ในบัญชีควบคุมของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกร และตามแพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปโดยเฉพาะวัยรุ่น และยาวชน เนื่องจากสามารถนำไปใช้ผสมเป็นเครื่องดื่มมึนเมา และเป็นส่วนผสมกับน้ำต้มใบกระท่อมเป็นยาเสพติด 4 คูณร้อย ที่แพร่ระบาดอย่างหนักอยู่ในทางภาคใต้ขณะนี้ 
 

ตร.สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่ชุมพร จับคนขับ 10 ล้อขนยาแก้ไอ ติดสินบน

        เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาแก้ไอทั้งหมด เงินติดสินบนเจ้าหน้าที่เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 450,000 บาท ส่ง พ.ต.ท.สุขสันต์ ยิ้มแย้ม สารวัตรสอบสวน สภ.สลุย อ.ท่าแซะ ดำเนินคดีข้อหามียาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นยาอันตรายไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และข้อให้ทรัพย์แก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ พร้อมกับสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป 
 

ตร.สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่ชุมพร จับคนขับ 10 ล้อขนยาแก้ไอ ติดสินบน

รวบยกแก๊ง4วัยรุ่น ขโมยเต่าดาวอินเดียคาขนส่งผู้โดยสาร

 

ตำรวจชุดสืบ สภ.เมืองมุกดาหารตามสืบสกัดจับแก๊งขโมยเต่าดาวกระจายอินเดีย เตรียมขนส่งนายทุนอยู่กรุงเทพฯ แต่ไปไม่รอดถูกตำรวจตรวจจับชายวัยรุ่น 4 คนกลางขนส่ง

 

เมื่อคืนที่ผ่านมาสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งจากเจ้าของมุกดาสวนเสือและฟาร์มอยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ 10 บ้านโนนสว่าง ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหารเต่าที่เลียงอยู่ในฟาร์มถูกขโมยไปจำนวน 25 ตัวแต่ละตัวมีมูลค่า 7-8 มื่นบาทล่าสุดกลางดึกที่ผ่านมาถูกขโมยไปอีก 2 ตัวซึ่งมีมูลค่า 1แสน 5 มื่นบาทเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแบ่งกำลังเป็น 2 ชุดออกแกะรอย 2 ช่องทางแบ่งกำลังเป็น2ชุดชุดที่1 ลงตรวจสอบตามแนวชายแดนริมฝั่งโขง

ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่เต่าจะถูกลักลอบขนขึ้นเรือหางยาวข้ามโขงส่งขายประเทศเพื่อนบ้านส่วนช่องทางที่ 2 เจ้าหน้าที่ชุดที่2ดักชุ่มเฝ้าระวังอยู่สถานีขนส่งผู้โดยสาร มุกดาหารได้พบชายวัยรุ่น 4 คนเดินหิ้ว กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ 2 คนต่อ 1กล่องสี ชมพูและสี ฟ้าเดินเข้ามาในบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร มีพิรุธเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภายในกล่องพบใบไม้สดๆ ปกคลุมตัวเต่าขานาดใหญ่อยู่ในกล่องกล่องละ 1 ตัวแต่ระตัวมีน้ำนัก 7-8 กิโลกรัม 

เป็นเต่าดาวกระจายอินเดีย ที่มีลวดลายทั่วกระดองเป็นแฉกคล้ายรูปดาวกระจายสวยงามถูกหมดแดงมากับใบไม้รุมกัดจนเต่าไม่กล้าโผล่หัวออกมาสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คนทราบชื่อมี่นายเจตนา คาดี นายวิณนุกร รูปดี นายอนุชา อัดศรี และนายปริชญา คาดี ทั้งหมดมีที่อยู่ที่บ้านสามขา อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารซึ่งผู้ต้องหาเคยเป็นลูกจ้างทำงานอยู่ สวนเสือดังกล่าวไม่นานเจ้าของสวนเสือก็ให้ออกจากงานผู้ต้องอาศัยรู้ทางเข้าออกสวนเสือเป็นอย่างดี

จึงลงมือเข้าขโมยเต่าตามใบสั่งของนายทุนโดยเต้า 2 ตัวดังกล่าวมีมูลค่า 1 แสน 5 มื่นบาท แต่ผู้ต้องหาลักลอบนำไปขายเต่า2ตัวราคา 6 มื่นบาทโดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำมา 2 ครั้งแต่เจ้าของสวนเสือแจ้งเต่าที่ถูกขโมยไปรวมจำนวน 25 ตัวอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสอบสวนผู้ต้องหาขยายผลเต่าที่ขโมยไปส่งขายให้ใครอยู่ที่ไหนหากพบเป็นขบวนการค้าเต่าข้ามชาติจะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

สมาคมรถตู้ต่างจังหวัดเตรียมยื่น จม.เปิดผนึกถึง ”บิ๊กตู่” หากมีปัญหาขู่หยุดเดินรถ 31 มีนาคมนี้

 

วันที่: 27 มี.ค. 60 เวลา: 09:45 น.

แชร์:

1.6K

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายรังสรรค์ สายสุทธิ์ นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด เปิดเผยว่า ในเวลา 09.00 น.วันที่ 28 มีนาคมนี้ ตนพร้อมด้วยสมาชิกจะเดินทางไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ หลังจากมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะเมื่อปี 2557 ผู้ประกอบการรถตู้ร่วม บขส.ได้ปฏิบัติตามนโยบายมาโดยตลอด แต่ขณะนี้มีปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากคำสั่งบางประการไม่สามารถปฏิบัติได้จริง สมาคมฯจึงขอให้คณะทำงานฯพิจารณาผ่อนปรน กรณีที่มีการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้ ให้ผู้ขับขี่นำหลักฐานการชำระค่าปรับไปขอรับใบอนุญาตขับขี่คืนจากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เรียกเก็บ ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่คืน ให้ถือว่าหลักฐานแสดงการชำระค่าปรับเป็นใบแทนใบอนุญาตขับขี่มีกำหนดสิบวันนับตั้งแต่วันที่ชำระค่าปรับ สำหรับการยึดใบอนุญาตขับขี่ของพนักงานขับรถ ขอให้ผ่อนปรนและออกใบสั่งแทนเนื่องจากการติดตั้งGPS ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่รูดที่ตัวเครื่อง ถ้าไม่มีก็จะปฏิบัติงานไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ขาดแคลนพนักงานขับรถเนื่องจากมีเงื่อนไขการทำงานะและมีค่าปรับที่สูง ทำให้พนักงานขับรถลาออกเป็นจำนวนมาก

“ขอให้ยกเลิกการเปลี่ยนรถตู้เป็นมินิบัส จากการศึกษาวิจัย สำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ปัจจัยหลัก 3 สาเหตุ จากคนขับรถ 95 % ถนนและสิ่งแวดล้อม 28 % สภาพรถเพียง 8% ดังนั้นภาครัฐควรจะเน้นรักษากฎหมาย มารยาทในการใช้รถใช้ถนนและเน้นพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดหากนายกรัฐมนตรียังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด และผู้ประกอบกการรถร่วม บขส.มีความจำเป็นต้องหยุดเดินรถในวันที่ 31 มีนาคม นี้ จนกว่าจะได้รับคำตอบ”

นายกสมาคมฯ กล่าวว่า กรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากการขนส่งกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบขนส่ง โดยมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ประกอบการขนส่งไม่ควบคุมดูแลผู้ขับรถให้ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ขับรถเกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาท หรือขับรถในขณะที่ร่างกายหรือจิตใจหย่อนความสามารถ คำสั่งนี้มีผลให้นักงานขับรถปฏิบัติงานได้เพียง 8 ชั่วโมงต่อวัน โดย ขับ 4 ชั่วโมง พัก 30 นาที หากเส้นทางมีระยะทางไกล ใช้ความเร็ว 80-90 กม./ชม หนึ่งเที่ยววิ่งต้องใช้เวลามากกว่า 4 ชั่วโมง ด้วยระยะทางกับเวลาการทำงาน 8 ชม. จึงไม่สามารถวิ่งรถถึงปลายทางได้อย่างแน่นอน และในเส้นทางที่ระยะทางใกล้ ก็ทำให้จำนวนเที่ยววิ่งลดลงเพราะหมดชั่วโมงการทำงาน ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้าง ในช่วงเทศกาลก็ไม่สามารถวิ่งไปกลับได้ด้วยระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวันในเส้นทางระยะทาง 250-300 กิโลเมตร

นายรังสรรค์ กล่าวอีกว่า การเยียวยาผู้ประกอบการรถตู้โดยสารทั้ง 3 สถานี ที่ประสบภาวะขาดทุน รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ย้ายสถานที่จอดในวันที่ 25 ตุลาคม 2559 หากคณะทำงานจัดระเบียบฯไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ สมาคมฯขอให้รถตู้กลับไปที่จุดเดิมจนกว่าบริษัท ขนส่ง จำกัด จะก่อสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่เสร็จตามกำหนดในเดือนพฤษภาคม 2561 หลังจากนั้นทางผู้ประกอบการพร้อมจะกลับมารับริการที่สถานีขนส่ง ที่มีระบบการเชื่อมต่อการเดินทางที่สมบูรณ์เป็นแนวทางที่แก้ไขได้ดีที่สุด โดยภาครัฐไม่ต้องใช้เงินงบประมาณเพิ่มเติม สำหรับเงื่อนไขการเดินรถ สถานที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร กำหนดเฉพาะต้นทางและปลายทาง เนื่องจากการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ตั้งแต่มีการจัดระเบียบตั้งแต่ปี 2553 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม

TPBI คาดได้ออเดอร์บรรจุภัณฑ์พลาสติกขนส่งสินค้ากลุ่ม E-commerce พร้อมเริ่มผลิต

นายกมล บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บมจ.ทีพีบีไอ (TPBI) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับพอร์ตเสริมสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์ General Packaging ที่สร้างรายได้หลักให้แก่ TPBI โดยได้ปรับเพิ่มการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทถุงขยะ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเมื่อสิ้นปี 59 สัดส่วนของสินค้ากลุ่มถุงขยะเพิ่มจากเดิมที่มีสัดส่วน 21% เป็น 24% ของกำลังผลิตทั้งหมด 64,000 ตัน/ปี เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าในบางประเทศที่มีนโยบายลดการใช้ถุงหูหิ้ว โดยคิดเงินกับผู้บริโภคที่ขอถุงหูหิ้วเมื่อซื้อสินค้า ซึ่งส่งผลให้เกิดความต้องการซื้อถุงขยะเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใส่เศษอาหารและเศษขยะ

นอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนาไลน์สินค้าใหม่ๆ ในหมวดดังกล่าวที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ถุงสำหรับแช่แข็งอาหารในตู้เย็น ถุงใส่ผักผลไม้ ถุงสำหรับใส่ครีมตกแต่งหน้าเค้ก รวมถึงขยายไลน์ไปสู่การผลิตบรรจุภัณฑ์ถุงที่ใช้ในกลุ่มลูกค้าภาคโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป

ขณะเดียวกันยังได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับภาคขนส่งสินค้า รับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อการขนส่งสินค้าในกลุ่ม E-commerce ที่มีศักยภาพการขยายตัวได้ดีตามมูลค่าการค้าบนโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้รับออเดอร์และเริ่มผลิตสินค้าได้ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นรายได้จากกลุ่ม General Packaging ให้เติบโตได้ดี

ทั้งนี้ แนวโน้มของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก จึงรณรงค์ลดปริมาณใช้ถุงหูหิ้วและบรรจุภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ ดังนั้น บริษัทจึงต้องปรับตัวรองรับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อรักษาศักยภาพการแข่งขันและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

"ปีนี้เป็นปีที่ TPBI ปรับรูปแบบการผลิตสินค้าในกลุ่ม General Packaging ให้สอดรับเทรนด์ตลาดที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยขยายการผลิตและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่าด้วยแนวทางดังกล่าวของเรา จะสามารถผลักดันการเติบโตในปีนี้ได้ 5-10%"นายกมล กล่าว

นายกมล กล่าวว่า ขณะที่กลุ่มสินค้า High Value Added ที่ปีนี้ บริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 25% หลังมีแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Multilayer Film ที่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ บริษัทจึงได้ลงทุนขยายกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 2,500 ตัน/ปี จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 9,000 ตัน/ปี ซึ่งจะใช้เงินลงทุนเครื่องจักรประมาณ 60-70 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลังนี้

ส่วนความคืบหน้า โครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคอีก 100 ล้านเมตร/ปี ที่มีวงเงินลงทุนประมาณ 800 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2561

–อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th–

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq05/2623069

"สมคิด" หารือผู้ว่ามณฑลเหอหนาน หวังดึงลงทุนในพื้นที่อีอีซี

เศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจ  :  19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โดย -โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ

       นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับนายเฉินเหยิ้น เอ๋อ ผู้ว่าการมณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ

       นายสมคิดกล่าวว่ามณฑลเหอหนาน ถือเป็นมณฑลที่มีประชากรมากที่สุด 100 ล้านคน และเป็นแหล่งเกษตรกรใหญ่ที่สุดในจีน และมีจีดีพีสูงถึง 570,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2559 เป็นอันดับ 5 ของจีน มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 500 ล้านคนต่อปี และมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแบบบูรณาการด้านการขนส่งทางอากาศ รองรับผู้โดยสาร 70 ล้านคนต่อปี และขนส่งสินค้า 3 ล้านตันต่อปี โดยรัฐบาลจีนกำหนดให้มณฑลเหอหนาน เป็นฐานการผลิตอุตหกรรมอาหาร พลังงาน วัตถุดิบ เครื่องจักรอุปกรณ์ไฮเทค โดยมีบริษัทแอพเปิ้ล ในเขตเศรษฐกิจดังกล่าวกว่า 3 แสนคน และเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ทำให้มณฑลเหอหนาน เป็นจุดสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน

       "การหารือในครั้งนี้ มุ่งประเด็นความร่วมมืออุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศ รวมทั้งการดึงนักลงทุนมาร่วมลงทุนในการพัฒนาระเบียงเศรษฐพิเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของไทย"นายสมคิดกล่าว