Daily Archives: 20/03/2017

แท็กซี่'ขอขึ้นค่าโดยสารอีกสารภาพปัญหาปฏิเสธรับคนยังมีอยู่

นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 มีนาคม 2560 ทางเครือข่ายฯจะเข้ายื่นหนังสือต่อ กระทรวงคมนาคม ให้เร่งแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ผิดกฎหมาย (บริการเรียกแท็กซี่ผ่าน แอพพลิเคชั่น) ให้ได้โดยเร็ว

นอกจากนี้จะขอให้ กระทรวงคมนาคม พิจารณาทบทวนต้นทุนการให้บริการที่แท้จริง อีกครั้งเพื่อให้เพียงพอต่อค่าครองชีพของ ผู้ขับแท็กซี่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เคยมีการเสนอต่อกระทรวงคมนาคมให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร อีก 25% แต่ได้รับอนุมัติปรับขึ้นมาเพียง 13% โดยได้ปรับขึ้นไปแล้วปีที่ผ่านมา 8% โดยเชื่อว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพการให้บริการได้

ส่วนปัญหาแท็กซี่บางคันปฏิเสธรับ ผู้โดยสารนั้น นายวิฑูรย์กล่าวว่า การที่แท็กซี่อ้างเหตุผลในการปฏิเสธผู้โดยสารในชั่วโมง เร่งด่วนถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะประเด็นนี้ ทางอู่รถแท็กซี่ส่วนใหญ่ได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาในการเปลี่ยนกะรถให้ไม่ตรงกับชั่วโมงเร่งด่วนอยู่แล้วการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารถือว่าไม่ถูกต้อง

นายวิฑูรย์กล่าวว่า อย่างไรก็ดีขณะนี้ทางเครือข่ายฯได้พัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น Smart Taxi ขึ้นเพื่อเข้ามาอำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้ให้บริการและให้สามารถแข่งขันกับรถแท็กซี่ ที่ผิดกฎหมาย หรือบริการผ่านแอพพลิเคชั่นได้ ซึ่งระบบดังกล่าวจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ GPS ในรถแท็กซี่ มีระบบสแกนบัตร ผู้ขับขี่, มีระบบการเชื่อมโยงอัตราค่าโดยสารที่จะลิงค์กับแอพพลิเคชั่น, มีการติดตั้งกล้องหน้ารถ, มีหน้าจอแสดงตนผู้ขับและความเร็วรถ รวมถึงระบบมิเตอร์แบบดิจิทัล

สำหรับระบบดังกล่าวได้พัฒนามากว่า 4 ปีแล้ว และได้มีการดำเนินการขออนุญาต ใช้งานกับ กรมการขนส่งทางบกมา แต่เนื่องจากขณะนี้ยังติดเงื่อนไขระเบียบปฏิบัติที่ยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบกที่ต้องมีเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากกรมการขนส่งทางบกจึงทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ โดยในส่วนของเครื่องพิมพ์ใบเสร็จนั้นมองว่าปัจจุบันไม่จำเป็น เนื่องจากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีหลักฐานอัตราค่าโดยสารจะแสดงอยู่แล้วและตามปกติแท็กซี่ทั่วไปก็ไม่มีการให้สลิปแล้ว

ปัจจุบันกลุ่มแท็กซี่ประมาณ 6 สหกรณ์ หรือคิดเป็นจำนวนแท็กซี่ 20,000 คัน ที่เข้าร่วมการใช้แอพพลิเคชั่นนี้ ซึ่งได้เตรียมที่จะ เพิ่มจำนวนสมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมให้ถึง 50,000 คัน จึงต้องการให้ทางกรมการขนส่งทางบก เร่งพิจารณาเงื่อนไขการใช้แอพพลิเคชั่น ให้สามารถใช้ให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากล่าช้ามาหลายปีแล้ว

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/nnd/2619649

คอลัมน์: จับประเด็น: ขนส่งคุมเข้ม-จับปรับรถสาธารณะทำผิด อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2619523

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — จันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 00:00:11 น.
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ผลการจัดระเบียบรถแท็กซี่ รถตู้โดยสาร รถจักรยานยนต์รับจ้าง ในเขตกรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือน ก.พ.60 ที่ผ่านมา ตรวจสอบการให้บริการรถดังกล่าวทั้งสิ้น 15,144 คัน พบการ กระทำความผิดรวม 678 ราย แบ่งเป็น รถแท็กซี่ 512 ราย, รถตู้โดยสารสาธารณะ 101 ราย และรถจักรยานยนต์สาธารณะ 65 ราย อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกยังคงเดินหน้าเข้มงวดตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งในด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการที่ดี ควบคู่กับการกวดขันจับกุมในทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร.

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2619523

'พิชิต'ตรวจแหลมฉบังดูศูนย์ขนส่งฯ

771132

รัฐมนตรีช่วยฯ คมนาคม ลงพื้นที่แหลมฉบังติดตามความคืบหน้า โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ

ในวันนี้นายพิชิต อัคราทิตย์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบการจราจรทางน้ำ และโครงการ Single Rail Transfer Operator หรือ โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ณ ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่โซน 4 ระหว่างท่าเทียบเรือชุด B และ C มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ ซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือยกขนหลัก รวมทั้งการบริหารและประกอบการเองภายใต้การตั้งหน่วยธุรกิจ (BU) ของโครงการ ภายใต้งบประมาณลงทุนเกือบ 3 พันล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งลานขนถ่ายตู้สินค้าทางรถไฟ (Rail Yard) รางรถไฟ จำนวนหกพวงราง แต่ละรางมีความยาว 1,224-1,434 เมตร ที่สามารถจอดขบวนรถไฟได้รางละ 2 ขบวน รวม 12 ขบวนในเวลาเดียวกัน และจะมีการติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดเดินบนราง (Rail Mounted Gantry Crane : RMG) ซึ่งสามารถทำงานคร่อมรางรถไฟได้ทั้ง 6 ราง ในเวลาเดียวกัน โดยมีเป้าหมายที่จะบรรทุกขนถ่ายสินค้าในแต่ละขบวนได้แล้วเสร็จในเวลา 1 ชั่วโมง และในเวลา 13.00 น.จะเดินทางโดยรถไฟไปยัง ICD ลาดกระบัง ตรวจสภาพรถไฟทางคู่และติดตามการแก้ไขปัญหาการจราจร ICD ลาดกระบัง

"AMA"เดินเรือใหม่ รุกเส้นทางเอเชียตะวันออก-เอเชียใต้ เพิ่มคาราวานรถบรรทุกน้ำมัน80-120คัน

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้รับมอบเรือบรรทุกน้ำมัน และสารเคมีลำใหม่ 1 ลำ ชื่อเรืออลิลญา มูลค่าประมาณ 449.18 ล้านบาท โดยเรือลำใหม่นี้มีน้ำหนักบรรทุ ก 12,999 เดทเวทตัน ซึ่งส่งผลให้กองเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 ลำเป็น 9 ลำ และขยายเส้นทางเดินเรือในเส้นทา งเอเชียตะวันออก เช่นจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และแถบเอเชียใต้ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และบังคลาเทศ เป็นต้น ส่วนเรือลำที่ 2 ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเรืออลิลญา จะทำการรับมอบในวันที่ 15 พ.ค. นี้ และจะให้บริการในต้นเดือน มิ.ย.

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างปี 2560 – 2561 บริษัทฯ มีแผนจะเพิ่มรถบรรทุกน้ำมันอีกประมาณ 80 – 120 คัน ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มกำลังการขนส่ งทางบกได้อีก 3.60 – 5.40 ล้านลิตร เพื่อรองรับการขยายเส้นทางขนส่ง ทางบกเพิ่มและผลิตภัณฑ์ในการขนส่ งที่เพิ่มมากขึ้น เช่น น้ำมันปาล์ม เอทานอล เอทิลแอลกอฮอล์ เป็นต้น โดยคาดว่างบลงทุนในส่วนนี้ประมา ณ 44 –  66 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มทั้งกองเรือและกองรถบรรทุกน้ำมันส่งผลให้บริษัทฯ มีความสามารถในการดำเนินงานและการทำกำไรที่เพิ่มมากขึ้น

“การเพิ่มทั้งกองเรือและกองคาราวานรถบรรทุกนั้น คาดว่าจะส่งผลดีให้กับบริษัทฯ ทั้งในแง่ของรายได้ เนื่องจากความสามารถในการทำไรที่เพิ่มขึ้นจากการขยายเส้นทางเดิน เรือที่มีมากขึ้น อีกทั้งในแง่ของการก้าวขึ้นเป็น หนึ่งในผู้นำของธุรกิจขนส่งน้ำมั นปาล์มในภูมิภาคนี้ เนื่องจากประสบการณ์ในการทำงานที่ มีมากกว่า 20 ปี รวมถึงความพร้อมของทีมบริการ ทำให้บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา” นายพิศาล กล่าว

นายพิศาล กล่าวว่า ในส่วนของผลการดำเนินงานในปีนี้ รายได้ของบริษัทฯ ยังคงมาจากการขนส่งน้ำมันทั้งทา งเรือและทางบก  โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากทางบก น่าจะมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน หลังจากที่สัดส่วนในปีที่ผ่านมา มีรายได้จากทางบกคิดเป็น 27% จากรายได้ทั้งหมด โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากทางบก เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 30 – 35 % 

อย่างไรก็ดี จากผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา สิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 143.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.79 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 10.59% เมื่อเทียบกับผลประกอบการของปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 130.12 ล้านบาท และมีรายได้รวมจากการให้บริการข นส่งสินค้าอยู่ที่ 965.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 322.31 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 50.11% เมื่อเทียบกับผลประกอบการปี 2558 ที่มีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 643.18 ล้านบาท

 

ขนส่งฯเข้มรถสาธารณะพบแท็กซี่ทำผิดมากสุด

ขนส่งทางบก เผย ผลการจัดระเบียบรถสาธารณะกทม. เดือน ก.พ. พบ แท็กซี่ทำความผิดมากสุด 

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่กวดขันการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร เน้นมาตรการเฝ้าระวังตรวจจับ เปรียบเทียบปรับ ที่เข้มข้น จริงจัง ทันที เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ตรวจสอบการให้บริการรถแท็กซี่ รถตู้โดยสารสาธารณะ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ รวม 15,144 คัน พบการกระทำความผิดรวม 678 ราย แบ่งเป็นการตรวจสอบรถแท็กซี่จำนวน 7,302 คัน พบการกระทำความผิด 512 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ไม่ตรวจรอบมิเตอร์ตามที่กำหนด จำนวน 195 ราย ใช้รถไม่จดทะเบียน จำนวน 84 ราย ขับรถไม่แสดงใบอนุญาตหรือสำเนาคู่มือรถ จำนวน 75 ราย ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร จำนวน 34 ราย เป็นต้น 

สำหรับรถตู้โดยสารสาธารณะ 6,983 ราย พบการกระทำความผิด 101 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ส่วนของการตรวจสอบการให้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน 859 ราย พบการกระทำความผิด จำนวน 65 ราย เป็นการฝ่าฝืนนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ)  มาให้บริการมากที่สุด จำนวน 52 รายทั้งนี้  ได้เปรียบเทียบปรับตามข้อหาความผิด และส่งตัวเข้ารับ การอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกการให้บริการที่ดี พร้อมบันทึกประวัติไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก หากพบการกระทำผิดซ้ำซากพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ซึ่งหากพบรถสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง