โวยรัฐแก้ค้านํ้ามันชายแดนไม่ตรงจุด เมียนมาให้ขนลงท่อแทนข้ามสะพาน

ผู้ค้าน้ำมันชายแดน โวยรัฐเกาไม่ถูกที่คัน แก้ปัญหาส่งออกน้ำมันไปเมียนมาโดยวิธีขนส่งข้ามสะพาน ชี้ไม่ใช่ความประสงค์ของลูกค้ารัฐกะเหรี่ยง และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองรถบรรทุก เตือนรัฐบาลไทยอย่าแทรกแซงรัฐบาลกลางเมียนมา เผยช่วง 20 วันส่งน้ำมันไม่ได้เสียหาย 20 ล้านบาท ปัจจุบันยอดส่งทางท่อหายไป 1.2 ล้านลิตรต่อวัน ลูกค้าหันไปสั่งที่อื่นแทน เพราะไม่มั่นใจฝั่งไทยจะส่งให้ได้


นายสุรชัย กนกะปิณฑะ สมาชิกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าภาคอีสาน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่กรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) ได้มีการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการคลังสินค้าและท่าข้าม ที่ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก สามารถจัดตั้งสถานีบริการเพื่อเก็บน้ำมันชนิดไวไฟมาก ประเภทง.(ปั๊มหลอดแก้ว) ได้ใน จำนวน 3 ท่า ได้แก่ ท่าที่ 10,ท่าที่ 13 และท่าที่ 21 เพื่อให้สามารถขนถ่ายน้ำมันทางท่อไปยังเมียวดี ของเมียนมาได้รวมถึงนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ เจรจากับรัฐบาลเมียนมา เพื่อให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาได้ ซึ่งจะได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือนข้างหน้านั้น

ในฐานะผู้ค้าน้ำมันเห็นว่า การขนส่งน้ำมันผ่านท่อเป็นความประสงค์ของผู้ซื้อฝั่งเมียนมา ไม่ใช่มาตรการที่กระทรวงพลังงานของไทยแก้ไขปัญหา เพราะรัฐกระเหรี่ยงของเมียนมาไม่ต้องการให้ขนส่งน้ำมันข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา

โดยปัจจุบันมีผู้ค้าน้ำมันชายแดนของไทยจำนวน 13 ราย และผู้ค้าฝั่งเมียวดีจำนวน 13 ราย โดยในจำนวนนี้มีเพียง 4 รายเท่านั้นที่มีใบอนุญาตส่งน้ำมันไปยังเมืองย่างกุ้งได้ ส่วนที่เหลืออีก 9 รายเป็นผู้ค้าภายใต้รัฐกะเหรี่ยงเมียนมา ดังนั้นการขนส่งน้ำมันจึงต้องส่งผ่านทางท่อซึ่งเป็นความประสงค์ของทั้ง 2 ฝ่าย แต่เมื่อ ธพ.ออกกฎหมายผลักดันให้รถบรรทุกน้ำมันต้องขึ้นสะพานไทย-เมียนมา ทั้งที่ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองรถบรรทุกและผู้ขับขี่ของไทย เพราะเมื่อเข้าเขตเมียนมา ใบขับขี่จะไม่สามารถใช้ได้เพราะไม่ได้เป็นสากล ดังนั้นกระทรวงคมนาคมควรเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มากกว่า

Advertisement

ขณะที่ทางกรมแจ้งว่ากระทรวงการต่างประเทศจะเร่งเจรจากับรัฐบาลกลางเมียนมา เพื่อให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาได้นั้น เป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด เพราะสาเหตุที่รถขนส่งน้ำมันไม่สามารถข้ามสะพานได้นั้น มาจากข้อขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา หากรัฐบาลไทยเข้าไปเจรจาก็จะเป็นการแทรกแซงรัฐบาลเมียนมา รวมทั้งก็ยังไม่มั่นใจว่าภายหลังการเจรจาแล้วรัฐกระเหรี่ยงจะยินยอมหรือไม่ เพราะหากขึ้นสะพานผลประโยชน์ย่อมเข้าไปสู่รัฐบาลกลางเมียนมาทั้งหมด

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกน้ำมันไปยังเมียนมานั้น รัฐบาลไทยอย่างพยายามแทรกแซงกิจการภายในของเมียนมา โดยปล่อยให้ผู้ค้าน้ำมันของไทยทำการค้าขายกับรัฐกะเหรี่ยง ตามที่ผู้ซื้อต้องการ อีกทั้ง การผลักดันให้ต้องส่งน้ำมันข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ผู้ซื้อน้ำมันทางฝั่งเมียวดีก็จะมีตัวเลือกอื่น โดยจะเห็นว่าหลังจากที่ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถส่งออกน้ำมันไปยังเมียวดี 20 วัน (26 ตุลาคม-18 พฤศจิกายน 2556) ทำให้ผู้ซื้อหันไปซื้อน้ำมันจากสิงคโปร์แทน สร้างความเสียหายไปแล้ว 1 ล้านบาทต่อวัน และแม้ว่าปัจจุบันจะกลับมาส่งออกได้โดยวิธีใช้ถังขนาด 227 ลิตร ทำเป็นถังน้ำมันรองรับน้ำมันที่ถ่ายลงจากรถบรรทุก และใช้แรงดันส่งเข้าท่อข้ามไปแทน จากเดิมที่ถ่ายจากรถบรรทุกส่งผ่านท่อได้ทันทีแต่ปริมาณการขายยังไม่กลับมา โดยขณะนี้อยู่ที่เพียง 8 แสนลิตรต่อวันเท่านั้น จากเดิมอยู่ที่ 2 ล้านลิตรต่อวันเนื่องจากางฝั่งลูกค้าไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถส่งน้ำมันได้อย่างคงที จึงหันไปซื้อที่อื่นมาเสริมแทน

พล.อ.สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีปัญหาการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังเมียนมา โดยใช้วิธีข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา น่าจะได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือน ขณะนี้ต้องผ่อนผันให้ตั้งปั๊มประเภท ง.ใน 3 ท่าไปก่อน จนกว่ากระทรวงการต่างประเทศจะได้ประสานกับรัฐบาลเมียนมา ให้รถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ผ่านจุดผ่านแดนถาวรได้เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้า ณ จุดผ่านแดนถาวรอื่น ๆ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถรองรับรถขนส่งน้ำมันได้อย่างเพียงพอ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการน้ำมันจำนวน 19 ราย มียอดส่งออกน้ำมันชายแดนไปยังเมียนมาอยู่ที่ 249 ล้านลิตรต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาทต่อปี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,215 วันที่ 4 – 7 ธันวาคม 2559

Close Comments

Comments are closed.