แก้ไขอูเบอร์แท็กซี่ป้ายดำ ต้องยึดประชาชนเป็นหลัก

ความพยายามแก้ไขปัญหา "อูเบอร์" แท็กซี่ป้ายดำ จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก บริษัทอูเบอร์ เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 11 และสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เพื่อแก้ปัญหาการให้บริการผิดกฎหมาย มีการนำรถส่วนบุคคลหรือรถป้ายดำมาวิ่งให้บริการเป็นรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งดูเหมือนผลการประชุมหารือตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา จะกลายเป็นเรื่องต่างฝ่ายต่างทำ ต่างฝ่ายต่างยึดตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้มีการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นหลัก

ฝ่ายกระทรวงคมนาคมยอมรับการนำระบบบริการร่วมเดินทาง หรือ Ridesharing เป็นรูปแบบใหม่ของการเดินทางของอูเบอร์ที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้บนสมาร์ทโฟนมาให้บริการแท็กซี่ ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่รองรับระบบดังกล่าว จึงจะใช้เวลาในการศึกษาและสรุปผลได้ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมทั้งระบุระหว่างที่กำลังศึกษาความเหมาะสม จะขอความร่วมมือให้อูเบอร์ยุติการให้บริการไปก่อน

ฝ่ายบริษัทอูเบอร์ยืนยันที่จะเดินหน้าให้บริการต่อไป ด้วยข้ออ้างบริการของอูเบอร์ไม่ได้ผิดกฎหมาย เพียงแต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับระบบบริการร่วมเดินทางของอูเบอร์มากกว่า ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีกฎหมายรองรับและสามารถให้บริการได้

ฝ่ายกรมการขนส่งบอกเมื่ออูเบอร์ยืนยันว่าจะยังไม่หยุดให้บริการ ทางคณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้ ซึ่งมีทั้งทหาร ตำรวจ และกรมการขนส่งก็คงจะต้องดำเนินให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะการจับปรับตามที่มีการร้องเรียน เพราะกรมการขนส่งถือว่าการให้บริการดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ฝ่ายสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ก็ยืนกรานเมื่ออูเบอร์ยังไม่หยุดให้บริการจะหารือกับคณะกรรมการจัดระเบียบ ซึ่งมีทั้งทหารและตำรวจ เพื่อขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมกับเสนอให้ใช้มาตรา 44 เพื่อสั่งให้รถผิดกฎหมายเหล่านี้หยุดวิ่งให้บริการทันที

แต่ดูเหมือนไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะหันมามองให้ความสำคัญประโยชน์ของประชาชน ทั้งๆ ที่บริการอูเบอร์ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ เกิดขึ้นจากความเบื่อหน่ายการให้บริการขนส่งสาธารณะที่มีอยู่ไร้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะรถแท็กซี่ที่ให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมามักเกิดปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียกใช้บริการแล้วไม่ยอมไปด้วยข้ออ้างรถติด ต้องไปเติมแก๊ส ต้องส่งกะ นานัปการแล้วแต่จะเอ่ยอ้าง หรือพฤติกรรม มารยาทต่างๆ ที่ให้บริการที่ไม่เหมาะไม่ควร

อย่างล่าสุดมีคลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pinpin Parinya เผยแพร่ความยาว 12 นาที เป็นเหตุการณ์บริเวณสวนจตุจักร ทางเข้าตลาดนัดเจเจกรีน มีคำบรรยายเสียงสตรีว่า “เรามาดูกันว่าจะต้องเรียกแท็กซี่กี่คันถึงจะได้ไป” พอเรียกคันแรกโดนปฏิเสธ คันที่สองถึงจะได้ไป ซึ่งเมื่อขึ้นรถแล้วหญิงที่อัดคลิปก็เล่าให้แท็กซี่ฟังว่า เมื่อวานเรียกเป็น 10 คัน ถึงจะได้ไป คนขับตอบว่า ก็หน้าตาขี้เหร่ไง เลยไม่มีใครรับ" ปรากฏชายที่ไปกับหญิงคนดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ เอ่ยขึ้นว่า ทำไมต้องมาบอกคนอื่นหน้าตาไม่ดี ขณะที่ผู้หญิงบอกว่า "พี่ แท็กซี่เขาพูดเล่น อย่าไปใส่ใจเลย" แต่ฝ่ายชายยังแสดงความไม่พอใจ คนขับแท็กซี่จึงบอก งั้นก็ลงจากรถไป หญิงชายคู่นี้จึงลงจากรถ และเหตุการณ์กลับไม่จบลงแค่นี้ ระหว่างที่ผู้โดยสารเดินไปเรียกแท็กซี่คันอื่น คนขับรถคันดังกล่าวได้ลงจากรถท้าต่อยกับชายแฟนหญิงที่ถ่ายคลิป จากนั้นทั้งคู่ก็สาวหมัดใส่กันก่อนที่จะมีคนห้ามและแยกย้ายกันไป

กระทั้งกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบเรียกผู้ขับรถแท็กซี่มาลงโทษตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานความผิดแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ มาตรา 57 ฉ ประกอบมาตรา 66/2 และในฐานความผิดไม่ส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางตามที่ตกลง มาตรา 57 เบญจ ประกอบ 66/2 เปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท และอบรมเรื่องกฎระเบียบในการให้บริการที่ดีเป็นเวลา 3 ชั่วโมง

แนวทางที่ควรดำเนินการคือการให้ความสำคัญกับประชาชนผู้ให้บริการ คือ กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่ง ในฐานะหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องเร่งนำอูเบอร์เข้ามาสู่การบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ใช้เวลาการดำเนินการเนิ่นนานถึงครึ่งปีหรือหนึ่งปี แล้วมาบอกถ้าพบอูเบอร์ป้ายดำมาให้บริการก็จับกุมดำเนินคดี ถามว่าถ้าไม่พบใครจะให้ความมั่นใจประชาชนที่ใช้บริการในเรื่องความปลอดภัย หากเกิดเหตุใดๆ ขึ้นมา แม้จริงอยู่อาจจะโต้แย้งถ้าประชาชนไม่มั่นใจความปลอดภัยในการให้บริการอูเบอร์ ก็ไม่ต้องใช้บริการ ก็ต้องย้อนถามว่า แล้วการบริการที่มีอยู่ไม่คิดปรับ ไม่คิดพัฒนา ไม่คิดเปลี่ยนแปลงเลยหรือไร จะให้ประชาชนต้องทนใช้บริการแบบต้องวัดใจ ต้องอ้อนวอนร้องขอให้ช่วยไปส่งกันอีกนานขนาดไหน

ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหา กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่ง ต้องเร่งจัดระเบียบรถอูเบอร์ให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก ไม่ใช่ใช้เวลานานเป็นปีๆ บริษัทอูเบอร์เมื่อผิดก็ต้องยอมหยุดต้องยอมรอเวลาให้ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่าอาศัยช่องวาง ช่องโหว่ทางกฎหมายมาหาประโยชน์แบบดื้อตาใส แบบศรีธนญชัย ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ก็ต้องพัฒนาปรับปรุงการให้บริการ ไม่ใช่อ้างส่งรถ แก๊สหมด รถติด เลยไม่รับผู้โดยสาร หากร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหากันได้ นั่นจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง.

Close Comments

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.