(เพิ่มเติม) BA ตั้งเป้า Load Factor ปีนี้ที่ 72% จากปีก่อน 69% คาดผู้โดยสารเพิ่ม 12-13%

บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) วางเป้าอัตราการขนส่งผู้โดยสารในปี 60 เพิ่มขึ้นมาที่ 72% จากปี 59 อยู่ที่ 69% เนื่องจากคาดว่าอัตราผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น 12-13% จากปีก่อนที่อัตราเติบโตของผู้โดยสารอยู่ที่ 9.5% โดยมีจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 5.6 ล้านคน ซึ่งแผนงานในปีนี้จะยังคงเน้นการขยายโครงข่ายเส้นทางการบินที่ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารและสายการบินพันธมิตร

ในปีนี้บริษัทจะมีการลงนามข้อตกลงเที่ยวบินร่วมกับสายการบินเพิ่มเติมอีก 4 สายการบิน ส่วนใหญ่เป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศในภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งมีแผนเพิ่มฝูงบินด้วยการรับมอบเครื่องบินอีก 5 ลำ เป็นเครื่องบินแบบเอทีอาร์ 72-600 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินแอร์บัส 319 อีก 3 ลำ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีจำนวนเครื่องบินเพิ่มเป็น 39 ลำ

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BA เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 60 ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 60 เติบโตราว 12-13% จากปีก่อน เป็นไปตามอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12-13% จาก 5.6 ล้านคนในปี 59 และวางเป้าอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) จะสูงขึ้นมาที่ 72% จากปีก่อนอยู่ที่ 69%

"เรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากอัตราการขนส่งผู้โดยสาร ในแต่ละปีที่เพิ่มขึ้น จากปี 58 อยู่ที่ 66% ปี 59 อยู่ที่ 69% และในปีนี้ก็วางเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 72% ตามปริมาณจำนวนเที่ยวบิน และความถี่ของเที่ยวบิน"

ขณะที่บริษัทยังคงเน้นการขยายเส้นทางบินที่ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารและสายการบินพันธมิตร โดยใช้กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ,สมุย และ เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางทางการบิน เพื่อให้ครอบคลุมเส้นทางไปยังเมืองสำคัญ หรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของภูมิภาคเอเชีย โดยมีแผนเปิดเส้นทางต่างๆ เช่น เชียงใหม่-เวียงจันทน์ (สปป.ลาว) ,เชียงใหม่-พุกาม (เมียนมา) ,กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ,กรุงเทพฯ-ฟู้ก๊วก (เวียดนาม) และสมุย-กวางโจว

ขณะเดียวกันบริษัทจะเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางบินที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเส้นทางบินภายในประเทศไทย ได้แก่ เส้นทางบินไป-กลับ เชียงใหม่-สมุย เพิ่มเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ,เชียงใหม่-ภูเก็ต เพิ่มเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ,เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เพิ่มเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ,กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ (ขาเดียว) เพิ่มเป็น 9 เที่ยวบินต่อวัน และภูเก็ต-กรุงเทพฯ (ขาเดียว) เพิ่มเป็น 10 เที่ยวบินต่อวัน และเส้นทางบินระหว่างประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ-ดานัง (เวียดนาม) เพิ่มเป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ,กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ (สปป.ลาว) เพิ่มเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน และเชียงใหม่-มัณฑะเลย์ (เมียนมา) เพิ่มเป็น 7 เที่ยวบินต่อวัน

นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรสายการบินผ่านการทำข้อตกลงร่วม (Codeshare Agreement) กับสายการบินชั้นนำ โดยในปีนี้ จะมีการลงนามข้อตกลงเที่ยวบินร่วมกับสายการบินเพิ่มเติมอีก 4 สายการบิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศในภูมิเอเชีย

ด้านการเพิ่มฝูงบินปีนี้ บริษัทมีแผนจะรับมอบเครื่องบินเพิ่มอีก 5 ลำ ได้แก่ เครื่องบินเอทีอาร์ 72-600 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินแอร์บัส 319 จำนวน 3 ลำ  จะส่งผลทำให้บริษัทจะมีเครื่องบินในฝูงบินรวมทั้งสิ้น 39 ลำ

ส่วนการปิดซ่อมรันเวย์ 60 วัน ระหว่างวันที่ 3 มี.ค. ถึง 5 พ.ค.60 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ยอมรับว่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน แต่ทาง BA มีแผนรองรับไว้แล้ว โดยจะทำการแจ้งไปยังผู้โดยสารทุกคนล่วงหน้า และปรับเที่ยวบินให้กับลูกค้า

นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ด้านการขยายธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ปีนี้จะมีโครงการ เช่น การสร้างโรงซ่อมอากาศยานเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ โรงซ่อมอากาศยานสุวรรณภูมิ และโรงซ่อมอากาศยานสุโขทัย ขณะที่การพัฒนาสนามบินใหม่ ปัจจุบันบริษัทได้บริหารจัดการสนามบิน 3 แห่ง คือ สนามบินสมุย ,สนามบินสุโขทัย ,สนามบินตราด และมีแผนที่จะก่อสร้าง และพัฒนาสนามบินอีก 2 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศ 1 แห่ง และอินโดจีน จำนวน 1 แห่ง อย่างไรก็ตามยังอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากหน่วยงานราชการ แหล่งเงินลงทุนจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท และอาจจะมีการกู้ยืมจากสถาบันทางการเงินเพิ่มเติม

ธุรกิจครัวการบิน BAC (Bangkok Air Catering) จะเปิดครัวการบินเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ ครัวการบินกรุงเทพ สาขาสนามบินภูเก็ต ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 3/60 และครัวการบินกรุงเทพ สาขาสนามบินเชียงใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในภายในปี 60

นายพรต เสตสุวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ส่วนการตลาด BA กล่าวว่า แผนการตลาดปี 60 บริษัทจะส่งเสริมกิจกรรมการขายและการกระตุ้นยอดขาย โดยกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้เข้มแข็งและเป็นที่รับรู้มากขึ้น ผ่านการจัดกิจกรรมในเชิงกีฬา เช่น รายการวิ่ง Bangkok Airways Boutique Series 2017 ,การสนับสนุนรายการแข่งขันชกมวยไทยไฟต์ และการสนับสนุนทีมฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย เป็นต้น รวมถึงร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการจัดกิจกรรมต่างๆ

นายวรงค์ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ส่วนขาย BA กล่าวถึงแผนการขายในปีนี้ว่า บริษัทตั้งเป้าจะมียอดขายจากค่าโดยสารราว 25,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นการกระตุ้นการขายในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรปและอเมริกานิยมเดินทางมา

ปัจจุบัน BA ให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ และประเทศดังกล่าวกว่าวันละ 40 เที่ยวบิน (ไป-กลับ) และยังมีแผนเพิ่มเที่ยวบินหรือเส้นทางบินเชื่อมต่อเพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น และนอกเหนือจากกลุ่มประเทศดังกล่าวแล้ว ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีน

–อินโฟเควสท์ โดย พชรธร ภูมิคำ/ศศิธร/วิลาวัลย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: wilawan@infoquest.co.th–

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq05/2607311

Close Comments

Comments are closed.