บริษัทรับจ้างขนส่งทวงหนี้ทอท.ค้างจ่าย67ล้านบาท....

UAS วอน ทอท.เคลียร์หนี้ค้าง 167 ล้านบาท หลังเริ่มกระทบสภาพคล่อง หวั่นลามผู้ส่งออก-นำเข้า ต้องหยุดชะงัก ด้านผู้บริหาร ทอท.ยังปิดปากเงียบ
นายวิทยา อนุกูล ผู้อำนวยการโครงการรับจ้างงานบริหาร และจัดการด้านการขนส่งสินค้าภายในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของกิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล เอวีเอชั่น เซอร์วิสเซล (UAS) เรียกร้องขอความเป็นธรรมจากบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ  ทอท.ค้างเงินค่าจ้างตามสัญญาสะสม 3 ปี รวม 167 ล้านบาท  ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องถึงขั้นไม่มีเงินเดือนจ่ายให้กับพนักงาน จนในที่สุดอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการนำเข้า-ส่งออกทางอากาศต้องหยุดชะงัก  ทำให้การขนส่งสินค้าเดือนละประมาณ 2 แสนรายการต้องได้รับความเสียหาย

“หวังว่า ผู้บริหาร ทอท.จะเห็นใจและดำเนินการชำระหนี้ที่ค้างชำระให้กับ ทาง UAS  หรือหากต้องการยกเลิกหรือจะเปลี่ยนนโยบายในการบริหารพื้นที่จัดทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ Airport Logistic Park  ก็น่าจะบอกกันตรงๆ เพราะการอ้างเหตุผลการไม่จ่ายเงินทำให้พนักงาน และพนักงานว่าจ้างภายนอกพร้อมครอบครัวกว่า 2 พันคนได้รับผลกระทบ “ นายวิทยากล่าว

นายวิทยา กล่าวต่อว่า UAS ทำสัญญาจ้างเข้ามาบริหารและจัดการด้านการขนส่งสินค้าภายในเขตปลอดอากร (Free  Zone)  ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ตั้งแต่ ต.ค.2553 – ต.ค.2563 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 10 ปี  บนพื้นที่ทั้งหมด 413 ไร่ โดย UAS ทำหน้าที่จัดเก็บรายได้ค่าบริการนำส่ง ทอท.เดือนละประมาณ  32 – 35 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก ทอท.เดือนละประมาณ 23 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจ้างพนักงานกว่า 500 คน และพนักงานว่าจ้างภายนอกอีก 200 – 300 คน  ตลอดจนค่าดำเนินการบริหารจัดการ  แม้ว่าในช่วงแรกไม่มีปัญหาเบิกจ่ายเงินแต่อย่างได้ ทว่าในช่วง3ปีที่ผ่านมากลับพบว่า มีการเพิ่มเงื่อนไขรายละเอียดการยื่นเอกสารเบิกจ่ายเงิน โดยเฉพาะช่วง 4 – 6 เดือนที่ผ่านมามีปัญหาหนักถึงขั้นไม่จ่ายเงินค่าจ้างตามที่ UAS ได้วางบิลไว้ ทั้งนี้ในสัญญาระบุขอบเขตงานบริหารและจัดการ 5 อย่างประกอบด้วย  1.งานบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก 2.งานบริหารจัดการและสนับสนุนอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร 3.งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 4.งานอำนวยการเขตปลอดอากร ทสภ.5.งานขนส่งสินค้าระหว่างอาคารหลักและอาคารคลังสินค้า รวมทั้งจัดเก็บรายได้ภายในพื้นที่ดังกล่าว เช่นค่าเช่า ค่าบริการจากผู้ประกอบการต่างๆ

“ที่ผ่านมา ทอท.ไม่เคยจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาคือจ่ายเงินดือนพนักงานทุกวันที่ 25 และค่าดำเนินการจะได้รับหลังวางบิลแล้ว 20 วัน แต่บางครั้งต้องรอนานถึง 120 วัน และระยะหลังมีการร้องขอเอกสารการเบิกจ่ายเงินที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขสัญญา และกำหนดเงื่อนไขเพิ่มใหม่  รวมทั้งเรียกเอกสารย้อนหลัง 1 ปี  ทำให้ที่ผ่านมา UAS ไม่ได้รับเงินค่าจ้างตามสัญญา แต่ทาง UAS ได้หาทางออกในการขอเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายแทน จนขณะนี้เต็มวงเงินแล้ว” นายวิทยากล่าว
อย่างไรก็ตาม UASได้มีการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหาร ทอท.และตัวแทนกรรมการ รวม 3 ครั้ง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้  เนื่องจาก ทอท.ยืนยันว่า UAS ไม่ดำเนินการยื่นเอกสารตามสัญญา ทั้งที่ทุกฝ่ายที่เกีย่วข้องได้ดำเนินกาครบถ้วนและยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ไปแล้ว รวมทั้งยังพบว่า  ทอท.ไม่ส่งมอบพื้นที่ศูนย์อาคารจอดรถ P 1และ P 2  ภายในเขตปลอดอากร แต่พบว่ามีการนำไปเปิดประมูลซึ่งทับซ้อนกันสัญญา UAS ด้วย

นายวิทยา กล่าวต่อว่า UAS เป็นกิจการของเอกชนที่เข้ามารับจ้างทำงานกับ ทอท.ตามขบเขตงานที่ระบุในสัญญา  ดังนั้น UAS ไม่มีความสามารถที่จะไปเอาเปรียบ ทอท.ได้ และไม่มีเอกชนรายใดที่เป็นคู่สัญญากับรัฐอยากมีปัญหา  จึงขอให้ ทอท.เร่งจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญา หรือดำเนินการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อยุติ  ก่อนที่ผลกระทบและความเสียหายจะเกิดขึ้นผู้ประกอบการกว่า 2 หมื่นคนต่อวันที่จะต้องติดต่อดำเนินธุรกรรมภายในพื้นที่เขตปลอดอากรแห่งนี้   และหากส่งผลกระทบจนนำไปสู่การไม่สามารถให้บริการได้จะเกิดความเสียหายและกระทบกับรายได้ของศุลกากรและประเทศชาติ ซึ่งทาง UAS พยายามที่จะไม่ไปถึงจุดนั้น แต่หากยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างในที่สุดคงยากที่จะหลีกเลี่ยงได้  จึงต้องร้องเรียนไปยังพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชานากยกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรม

ทั้งนี้นายวิทยายังได้ตอบข้อโต้แย้งเอกสารแถลงข่าวของ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ระบุว่า  UAS ไม่ได้ส่งมอบงานตามสัญญา ดังนั้นจึงต้องทำงานให้ครบก่อนจึงจะวางบิลเพื่อขอเบิกเงินได้ ประกอบกับทาง UAS เพิ่งจะมีปัญหากับคณะกรรมการตรวจการจ้างชุดปัจจุบันและสั่งหยุดจ่ายเงินตั้งแต่ มิ.ย.2558 รวมทั้งในสัญญากำหนดว่าการว่าจ้างงานจ้างช่วงว่าต้องขออนุมัติจาก ทอท.แต่ไม่ได้ระบุระยะเวลาในการจ้างช่วง  แต่ต่อมาได้กำหนดว่าจะต้องจ้างช่วงระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
ส่วนที่ ทอท.ระบุ  UAS ไม่ซ่อมแซมระบบปรับอากาศทำให้ Chiller ชำรุด นั้น นายวิทยา ชี้แจงว่า ระบบปรับอากาศติดตั้งมาตั้งแต่เปิดใช้สนามบินปี 2549 มีการดูแลซ่อมบำรุงมาโดยตลอดและได้แจ้งให้ ทอท.จัดหาChiller ใหม่ตั้งแต่ปี 2556  แต่ ทอท.เพิกเฉยไม่ดำเนินการ จนเกิดปัญหาหยุดทำงาน  และให้ UAS ออกค่าซ่อมไปก่อน 19 ล้านบาทแทนที่จะจัดหาใหม่ ดังนั้นความเสียหายดังกล่าวเกิดจากหมดอายุการใช้งานไม่ใช่ขาดการซ่อมบำรุง   ส่วนที่ ทอท.ระบุว่า ค้างหนี้ UAS ที่ถูกต้องเพียง 40 ล้านบาทนั้นเลยกำหนดจ่ายมาหรือยัง ทั้งที่มีการติดตามทวงหนี้มาโดยตลอด

ขณะที่ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ขณะที่นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกล่าวว่า ต้องรอฟังนโยบายจากผู้บริหาร แต่ขอทำเอกสารข่าวชี้แจง ระบุเพียงว่า ไม่มีเจตนาจะไม่จ่ายเงิน แต่ UAS ส่งมอบงานไม่ครบถ้วน และเงินค่าจ้างที่ถูกต้องตามสัญญาเพียง 40 ล้านบาท  และอ้างว่ามีการทำหนังสือเชิญ UAS แต่ได้รับการปฏิเสธ
อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/biz/news/467143

Close Comments

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.