ขนส่งสรุปเหตุรถทัวร์ตกเหว คาดเกิดจากคนขับไม่ชินทาง ให้ บขส.ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต

กรมการขนส่งทางบกเร่งสรุปสาเหตุอุบัติเหตุรถทัวร์ที่ จ.อุตรดิตถ์ คาดเกิดจากความไม่คุ้นชินเส้นทาง เบื้องต้นสั่งการให้ บขส. ติดตามดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล พร้อมกำชับผู้ประกอบการคุมเข้มทั้งสภาพรถและคนขับ พบฝ่าฝืนลงโทษหนักทุกกรณี

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถ บขส. คันหมายเลขทะเบียน 32-1488 กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเหตุชนแท่งแบริเออร์เกาะกลางถนนก่อนตกเขา บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 รอยต่อจังหวัดแพร่ – อุตรดิตถ์ กิโลเมตรที่ 350 ขาเข้าเมืองอุตรดิตถ์ ตำบลบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและผู้เห็นเหตุการณ์พยานแวดล้อม สันนิษฐานสาเหตุเบื้องต้นอาจเกิดจากพนักงานขับรถไม่คุ้นเคยในเส้นทาง ประกอบถนนช่วงก่อนและขณะเกิดเหตุเป็นทางโค้งไปมา ทำให้รถเกิดเสียหลักกระแทกแบริเออร์กลางถนนและแฉลบออกด้านซ้ายก่อนตกเขาปัจจุบันอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ด้านกรมการขนส่งทางบกได้ส่งทีมวิเคราะห์อุบัติเหตุเชิงลึกซึ่งประกอบผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลสภาพถนน ตัวรถ ผู้ขับขี่ และสภาพแวดล้อม อีกทั้งสัมภาษณ์ผู้บาดเจ็บและผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาข้อสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งจากข้อมูลการตรวจสอบถนนช่วงเกิดอุบัติเหตุเป็นทางโค้งลาดชันประมาณ 3 กิโลเมตร มีป้ายเครื่องหมายจำกัดความเร็วและเตือนการใช้ทางตลอดบริเวณ ซึ่งได้จัดเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ รวมถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติต่อไป สำหรับด้านตัวรถพบว่าอยู่ในสภาพตัวถังพังเสียหายเนื่องจากตกจากที่สูง แต่ที่นั่งส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับพื้นรถ สภาพยางค่อนข้างดี มีร่องรอยการห้ามล้อก่อนจุดเกิดเหตุ ระบบห้ามล้อทำงานเป็นปกติ ส่วนผู้ขับขี่มีพนักงานผลัดเปลี่ยน 2 คนครบตามเงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติที่แท้จริงต่อไป ซึ่งหากผลการสอบสวนพบว่ามีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือเกิดจากความประมาทก็จะดำเนินการทางกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมเตรียมมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาอุบัติเหตุระยะยาว ในส่วนของการคุ้มครองผู้โดยสารและชดเชยค่าเสียหาย ทาง บขส. ได้ทำประกันภัยภาคสมัครใจ รวมประกันอุบัติเหตุ และภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับการชดเชยเป็นเงินสูงสุด 800,000 บาทต่อราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการชดเชยสูงสุดตามที่จ่ายจริงรายละไม่เกิน 300,000 บาททั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำชับ บขส. ติดตามบริษัทประกันภัยให้ดำเนินการชดเชยค่าเสียหาย และให้รับผิดชอบค่าเสียหายเพิ่มเติมให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลจนกว่าผู้บาดเจ็บจะออกจากโรงพยาบาล

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการคุมเข้มทั้งพนักงานขับรถและสภาพรถมาอย่างต่อเนื่อง มีการติดตั้ง GPS Tracking ในรถโดยสาร เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุม กำกับ ติดตามพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ทั้งในเรื่องความเร็ว การใช้ใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง พฤติกรรมการขับขี่ ชั่วโมงการขับรถ ซึ่งในรอบ 24 ชั่วโมง ผู้ขับรถสามารถขับรถได้ติดต่อกัน 4 ชั่วโมงพักครึ่งชั่วโมงและสามารถขับรถต่อได้อีก 4 ชั่วโมงเท่านั้น โดยศูนย์ฯ GPS ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด สามารถติดตามตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถให้มีความปลอดภัยและรายงานให้ผู้ประกอบการได้ทราบเพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถ ทั้งนี้ หากพบพนักงานขับรถประมาท ใช้ความเร็วหรือมีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ลงโทษหนักทุกกรณีถึงขั้นพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ บันทึกประวัติในศูนย์ข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก พร้อมทั้งมีมาตรการคุมเข้มเพื่อความปลอดภัย เข้มงวดกวดขันทั้งพนักงานขับรถและสภาพตัวรถก่อนเดินทาง ให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง และมีจุดตรวจในเส้นทางสายหลักสายรองและขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งในการตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ต้องไม่ใช้ความเร็วหรือมีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พนักงานขับรถจะต้องได้รับการพักผ่อนเพียงพอ ปฏิบัติตามป้ายสัญญาณจราจรและเงื่อนไขการเดินรถ ต้องใช้ผู้ขับรถที่มีความชำนาญในเส้นทาง และเข้าตรวจในจุดตรวจของกรมการขนส่งทางบกขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความพร้อมทั้งรถและคนอย่างเคร่งครัด เนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากสภาพตัวรถหรือการละเลยการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบทุกกรณี และอาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

ขณะนี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้รถโดยสารสาธารณะต้องจัดให้มีประกันภัยประเภท 1 เพื่อเพิ่มความคุ้มครองให้แก่ผู้โดยสาร และกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทางต้องจัดทำแผนการเดินทาง ซึ่งต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับจุดต้นทางปลายทาง และจุดพักจอดรถระหว่างทาง รวมทั้งต้องมีรายชื่อผู้ควบคุมดูแลรถ หรือรายชื่อผู้โดยสารพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ไว้ประจำรถสำหรับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจะพิจารณานำมาตรการบังคับใช้กฎหมายอื่น เช่น การพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง เพื่อให้การควบคุมกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้เร่งดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมกับกรมทางหลวงพิจารณากำหนดจุด checkpoint สำหรับเส้นทางที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่จะกำหนดขึ้นจะสามารถสร้างความปลอดภัยในการเดินทางและการใช้รถใช้ถนนให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

ที่มา http://morning-news.bectero.com/regional/24-Nov-2016/92009

Logisticseek.com
Logisticseek.com
Close Comments

ใส่ความเห็น

หรือเลือกลงประกาศฟรีด้วยการ